ยกฟ้องกิตติรัตน์ คดีสยามอินดิก้า

“ปัญหาในชาติ.. เหมือนหยากไย่ อันใกล้กองไฟ” ซึ่งเป็น “ใยแมงมุม” ที่คอยดัก “ปัญหาของชาติ” ให้คารา-คาซัง อยู่อย่างนั้น “สะสม” ปัญหาให้เห็นคาตา “แต่ยาก” ที่ขจัดให้หมดไป

รู้ว่า“บ้านเมืองส่อแหลม-แต่งแต้ม” ด้วยความเป็น“๒ มาตรฐาน” ถึงเป็นอย่างว่า “กฤษฎีกา” หาพึง-คะนึงกันไม่? แทนที่จะร่วม “ดับวิกฤติ-ปิดสวิตช์” ให้เกิดคุณภาพ จึงมีเสียงบ่นเหมือนว่า “วิชั่นนมาผิดทาง-ตาพร่าพราง” กันหรือไร?

ทำให้ “กิตติรัตน์ ณ.ระนอง” ผู้ทรงความรู้ มากด้วย“วิสัยทัศน์”ในการ“แก้ปัญหาคนจน”ได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก “ถูกตีตก-หกคะเน”ลงมานอนกินฝุ่น คุณสมบัติ “ขาดวิ่น-อดกินตำแหน่ง”เป็น“ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ”

เมื่อ“กฤษฎีกาคณะใหญ่ ๓ คณะ” ระดับเป้งๆ เก่งเหนือคนทั้งแผ่นดิน หาช่องแคะ-แงะเอา “คุณกิตติรัตน์” ชวดฉลูเข้าไปเป็น “ประมุขบางขุนพรหม” ท่ามกลางเสียงไม่เห็นด้วย อื้ออึง

ขณะเดียวกัน กรณีนี้ คาบเกี่ยวไปถึง “คุณเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ “ธปท.” กับอยู่รอด-ปลอดภัย เสียงั้น

คงทำหน้าที่“ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ” เป็น“คีปเปอร์”.. “คนเลี้ยงเสือ”ให้“ธนาคารพาณิชย์” อิ่มหน่ำ-สำราญกันเหมือนเดิม ถือหางให้ “ธนาคารพาณิชย์” เป็น“เสือนอนกิน-แทะดอกเบี้ยประชาชนจนแทบสิ้น” ลมหายใจ..

“คุณเศรษฐพุฒิ” ตั้งป้อม-ไม่ยอมให้ลดดอกเบี้ยแม้แต่น้อย ที่“ลดดอก”คราวที่แล้ว เพราะฝีมือ“รัฐบาลแพทองธาร”กันมากกว่า..

ดอกเบี้ยแพงเกินพิกัด..“คุณกิตติรัตน์”จึงอยากเข้ามาเป็น“ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ” เพื่อ“คุมดอกเบี้ย”ให้เป็นไปตามจริง ไม่ใช่ถือหาง-เข้าข้าง“ธนาคารพาณิชย์”กันอย่างนี้ “ประชาชน”จึงพากันตายด้วยพิษเศรษฐกิจ “ดอกแพง”

เป็นการ“กินดอกเบี้ย-ที่เรี่ยราด” สร้างกำไรให้แบงก์กันปีละ “๓๐๐,๐๐๐ ล้าน”ทีเดียว

เหตุที่เศรษฐกิจ“ดิ่งจม-ล่มสลาย” เพราะ“แบงก์ชาติ-ใช้อำนาจ”ผ่าน“คณะกรรมการนโยบายการเงิน” หรือ “กนง.” ไม่ยอมลดดอกนี่แหละ

เขาว่า “ชั้นชนใดมักทำเพื่อชนชั้นนั้น” และนี่เหมือนเป็นการทำเพื่อ“ฝ่ายอนุรักษ์” ที่หากินกับ“ค่าการเงิน”จนฟาดกันเต็มปาก ดังนั้น, จึงเบรก ไม่ให้“คุณกิตติรัตน์”เข้ามาเป็น“พระเอก” สร้างความเป็นธรรมให้แก่คนทั้งแผ่นดิน

หาก“ดอกเบี้ยถูก-ทุกข์”มันก็ถูกปลดระวางไป นอกว่า ถ้า “คุณกิตติรัตน์” มา..หนทางข้างหน้า “ไต่เพดานบิน” เป็น “นายกรัฐมนตรี” ก็อยู่แค่เอื้อม

เมื่อเขาไม่อยากให้เป็น? จึงมีการสร้าง“ข้ออ้าง-วางระเบิดพลีชีพ” ให้หลุดจาก “ประธานบอร์ดแบงก์ชาติ”อย่างไม่แคร์สายตาใครๆ อ้างมาอย่างหรู-ดูไม่จืด ว่า“คุณกิตติรัตน์”เป็นประธานที่ปรึกษา“ท่านนายกฯเศรษฐา ทวีสิน”

มีความเกี่ยวพันหนองยุ่งกับ“พรรคเพื่อไทย” จึงเข้าข่าย“ตกคุณสมบัติไป”อย่างช่วยไม่ได้

แต่มีผู้รู้ ยกเรื่องนี้มาดู ว่าเป็นการ“เลี่ยงบาลี-แหกกฎดีๆ” กันเสียมากกว่ากระมัง เพราะก่อนหน้านั้น “ผู้ว่าฯแบงก์ชาติเศรษฐพุฒิ” นั่งใหญ่สุดๆ -ผุดไอเดียให้“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”อยู่เมื่อปี ๖๒

มี “คราบไคล-หัวใจรับใช้”อยู่กับ“นายกฯประยุทธ์”มาเหมือนกัน..แต่ “กฤษฎีกา”ของ“เล่าซือมีชัย ฤชุพันธ์”..”เล่าแป๋วิษณุ เครืองาม” และ“ศิษย์ผู้น้องบวรศักดิ์ อุวรรโณ”

“๓ ครอบครัว” มือกฎหมายของแผ่นดิน นัยว่า..เป็น“เครือญาติ-มีสายสวาท”ทางภรรยาเป็นคนบ้านเดียวกัน ถึงได้“รับรอง-กลั่นกรอง” ให้“นายเศรษฐพุฒิ” เข้ามาเป็นผู้ว่าฯแบงก์ชาติได้ ทั้งที่“มีตำหนิ-สีกระดำกระด่าง”ไม่น้อยไปกว่า“คุณกิตติรัตน์”เลย

บ้านเมือง“ที่ยุ่งยิ่ง-เป็นลิงแก้แห”ทุกวันนี้..เพราะ“กฤษฎีกาบางคน”มีรากแน่น-เกี่ยวแขนมาเป็นตั้งแต่“สมัยเผด็จการ” รุ่นพระเจ้าเหา

พอมาถึงยุค“พรรคเพื่อไทย”เป็น“รัฐบาล” แต่ยังต้องใช้“บริการ”ของกลุ่ม“ชุดลายพรางนี้”เหมือนเดิม

ทุกคนยกให้“กฤษฎีกา” ต้องเป็น“เข็มทิศ”ที่เที่ยงตรง

กรณีที่“จับต้อง-ของเหมือนกัน” ระหว่างเป็นที่ปรึกษานายกฯ ของ“คุณกิตติรัตน์” กับ “คุณเศรษฐพุฒิ”

ไยกิตติรัตน์ผิดจมกระเบื้อง..อีกคนรุ่งเรือง..มีอำนาจเขื่อง จนทำให้คนข้องใจกันไปทั้งเมือง

“กะพรุนไฟ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *